บันทึก Breeder ของผม Part 1 — เมื่อแยกพวกมันออกจากกันไม่ออก
ผมแยกลูกหมา 3 ตัวของตัวเองไม่ออก และเรื่องนั้นสำคัญกับผมมากกว่างาน Farm Expo ที่กำลังจะหายเข้าไป — บันทึกผลของการไลน์บรีดอากิตะญี่ปุ่นที่ผมจะเข้าใจเต็มอีกทีในอนาคต
{/* og-image source: https://static.wixstatic.com/media/2b52f0_5044aec40a69451aa0e600beb4287f50~mv2.jpg */}
ด้วยความที่ช่วงนี้ผมได้ถูกทาง Farm Expo เชิญให้นำไก่ไปช่วยโปรโมทงาน และความสับสนอลหม่านมากมายในการเตรียมตัวออกงาน Farm Expo เช่น ช่างประจำตัวของผมที่คุยปรับความเข้าใจกันอย่างดิบดีและวางแผนร่วมเดินทางต่อในโปรเจค Green Eco และ Well Aging ในอนาคตได้หนีผมไปต่างโลก ทำให้งานและเงินที่วางไว้ตอนแรกมั่วไปหมดจนไม่ได้มีเวลามาเขียนอะไรในนี้เลย
วันนี้ก่อนผมจะยุ่งชิบหายอีกทีในงาน Farm Expo หลังกิน Espresso คั่วอ่อน 2 ช็อตไปก็เลยถือโอกาสมาเขียนบันทึกเล็ก ๆ ถึงความสำเร็จที่หลาย ๆ คนจะเข้าใจอีกทีหลังจากที่มันถูกเผยแพร่ออกไปอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกันทฤษฎีการเกษตรและไก่ออพิงตันของผมที่ได้เริ่มเป็นที่ประจักษ์แล้วในวันนี้ สำหรับผมแล้วสิ่งที่ผมจะเขียนนี้มีความยิ่งใหญ่มากกว่าไก่ที่ไปออกไม่รู้กี่เท่าเลยครับ
ผมแยกหมาผมไม่ออกครับ แค่นั้นแหละครับ
ผมแยกหมาของผมที่เริ่มโต (ตอนนี้อายุ 7–8 เดือน) จำนวน 3 ตัวที่เหมือนกันเกือบจะเป๊ะ และ 2 ใน 3 ที่เป็นตัวเมียเหมือนกันคือแยกไม่ออกเลยจริง ๆ ต้องอาศัยดูแต้มเอา ทั้ง ๆ ที่ผมเป็นคนที่จำหน้าสัตว์ได้แม่นกว่าหน้าคน คนใกล้ชิดผมจะรู้ตรงนี้ดี แม้แต่กระต่ายฮอลแลนด์ลอปสีทอร์ทที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะวางเรียงกันผมก็แยกได้ว่าตัวไหนคือตัวไหน แต่ผมแยก บิจิน และ อันปัง ไม่ออกเพราะพวกมันเหมือนกันมาก
แล้วมันพิเศษยังไง? คืองี้ครับ
ผมบรีดอากิตะญี่ปุ่นมาจำนวนราว ๆ 50 กว่าตัวได้ในตอนนี้ และพบว่าหน้าตาพวกมันไม่นิ่งเอาเสียเลยแม้จะบรีดแบบไลน์บรีดแล้วก็ตาม และผมก็ได้เห็นลูกหมาจากหลาย ๆ ที่ที่บรีดเพื่อพัฒนา (ไอ้บรีดเพื่อขายอันนั้นผมไม่ได้สนใจอยู่แล้วครับ เขาสักแต่ว่าจะปั๊มอาศัยการสร้างภาพเพื่อให้คนสนใจ ไม่ได้มีค่าอะไรให้ผมศึกษาแถมยังก่อปัญหาให้สังคมในอนาคตอีกด้วย) พบว่าหน้าตาพวกมันเมื่อโตขึ้นมาแล้ว (จริง ๆ แล้วตั้งแต่เด็กก็เริ่มต่างกันแล้วครับ) จะหาตัวใดตัวหนึ่งในครอกที่หน้าตาเหมือนอีกตัวนึงยากมาก ๆ ถึงขั้นเป็นไปไม่ได้ แต่จะไปคล้าย ๆ กับญาติต้นสายตัวใดตัวนึงในอดีตเกือบจะเป๊ะเลย คือดึงเอายีนส์ของตัวใดตัวนึงออกมาเลย จะเป็นประมาณนั้น
ซึ่งลูกของ อังโกะ–โทราโอะ เป็นไลน์บรีดกัน กลับให้ลูกหมา 3 ตัวที่หน้าตาเหมือนกันจนแยกแทบไม่ออก และเหมือนทั้งพ่อและแม่อย่างน่าทึ่ง คือเอาพ่อและแม่มาอย่างละครึ่งเลยจริง ๆ ตัวใหญ่เหมือนพ่อ โครงหนา หน้าตาน่ารักเหมือนอังโกะ แม้แต่นิสัยยังเหมือนทั้งพ่อและแม่ เพียงแค่ติดที่สีอาจจะเข้มซึ่งก็ตรงตามมาตรฐานของลายเสือแดงควรจะเป็นเช่นเดียวกันคือต้องเข้มทั้งตรงที่เป็นลายเสือและตรงที่แดง มีแพทเทิร์นลายที่แบ่งแยกชัดเจนไม่มั่ว ขนยาวฟูแต่ไม่ยาวเกินมาตรฐาน
ซึ่งคล้ายคลึงกับครั้งนึงที่แฝด 2 อย่าง โซระ และ ไดกิงกะ เคยเป็นที่ญี่ปุ่น เป็นหมา 2 ตัวที่ผมเห็นแล้วทึ่งมากคือมันเหมือนกันราวกับแฝด ถ้าจำไม่ผิดโซระจะได้เมโยโชซักปีนึงและให้ลูกหลานเป็นเทพเจ้าเมโยโชมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนไดกิงกะก็เป็นหมาที่ส่งต่อกันค่าตัวสูงมาก ปัจจุบันแม้จะแก่แล้วก็ยังอยู่ที่ 7 หลัก
เรื่องตลกก็คือลูกหมา 3 ตัวนี้แม้ผมจะพยายามหาบ้านให้ยังไงก็ไม่มีคนเอา ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่ดี แต่ด้วยศักยภาพแรงงาน (ที่มีกันแค่ 2 คนแล้วเราดูแลโดยการทำอาหารให้ทุกอย่างกินแม้จะมีการใช้อาหารสำเร็จบ้างแต่ก็เป็นเปอร์เซนต์ที่น้อยมาก ๆ ไม่ใช่เพื่อประหยัดต้นทุน คำนี้ไม่เคยมีในสารบบของผม ผมทำไม่เป็น แต่ผมทำแบบนี้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของสิ่งที่ทำและผมก็พบว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ใดในท้องตลาด อย่างน้อยก็ที่ผมรู้ ให้ผลดีต่อตัวสัตว์และสภาพแวดล้อมได้เท่าที่ผมทำอยู่) และเงินทุน (ผมใช้เงินราว ๆ เดือนละแสนกว่าบาทในการดูแลทั้งบ้าน) ทำให้ก็อยากแบ่งให้กับคนที่พอจะมีศักยภาพที่ดูแลได้ แต่ตอนนี้ผมก็เลิกหวังไปแล้วและคงไปหาเงินมาซื้อที่ดินขยายพื้นที่ให้พอกับที่พวกมันทั้งหมดจะอยู่อาศัยกัน
สุดท้ายนี้ผมคงบอกได้แค่ว่านี่เป็นบันทึกที่ตอนนี้คงไม่ค่อยมีใครเปิดอ่าน แต่ซักวันนึงน่าจะมีประโยชน์มาก ๆ กับคนที่จะหาแนวทางในการพัฒนาสิ่งมีชีวิตบางอย่างหรือสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ในพื้นที่ของตัวเอง เช่นเดียวกับผมเคยได้อ่านบันทึกออนไลน์ของตาแก่ญี่ปุ่นหลาย ๆ คนที่ล้มหายตายจากไปแล้วและบันทึกนั้นก็หายไปจากโลกแล้วในตอนนี้
9/20/2025 — ไม้ ทามะการ์เด้น